Friday, May 07, 2021

Uncategorized
กดไลก์อย่างไว! “เนย์มาร์” หยอดหวาน “นาตาเลีย” ดารานางแบบสุดเอ็กซ์

เนย์มาร์ ศูนย์หน้าตัวเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สมาพันธ์ดังในลีกเอิง ฝรั่งเศส ตกเป็นข่าวสารอีกรอบ แต่หนนี้ไม่ใช่เรื่องในสนาม แต่เป็นเรื่องนอกสนามเกี่ยวกับหญิงอีกแล้ว ถือเป็นการการันตีคำเดิมว่าเรื่องหญิงไม่เคยขาดจริงๆสำหรับดาวยิงกลุ่มชาติบราซิล จอมบุกแซมบ้าวัย 29 ปี ถูกจับได้ว่ากดไลก์รูปที่ นาตาเลีย บารูลิช ดารานางแบบสาวสุดเอ็กซ์ชาวสหรัฐฯ สวมบิกินี่ลงในอินสตาแกรม เพียงแต่ไม่กี่นาทีภายหลังที่ข้างหญิงโพสต์อวดโชว์แฟนคลับก่อนที่จะมีการส่งข้อความหยอกเย้ากัน เรียกว่ากลับมามีข่าวสารกันอีกรอบหลังที่เงียบหายไปสักพัก โดยที่ผ่านมาทั้งคู่รู้จักกันในปาร์ตี้วันเกิดของลำแข้งดังเมื่อหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ด้วยเหตุว่าตัวของ เนย์มาร์ ได้จ้าง มาลูม่า อดีตกาลแฟนชายหนุ่มของคุณมาร้องเพลงในงานปาร์ตี้ฉลองวันเกิด ก่อนที่้ทั้งคู่จะกดติดตามอินสตาแกรมกันและกัน ซึ่งทันทีที่ นาตาเลีย บารูลิช แปลงเป็นไม่มีแฟน ลำแข้งแซมบ้าก็สานสัมพันธ์ทันที โดยมีการส่งข้อความหาคุณ ก่อนสนทนาหยอกเย้ากันแบบคุ้นเคยในโลกโซเชียล รวมถึงมีเนื้อความที่ส่งหัวใจให้กันมาก แต่ในที่สุดข่าวสารก็เงียบลงก่อนที่จะมีกระแสอีกรอบกับเรื่องราวนี้ ก่อนหน้านี้ ดาวยิงแซมบ้า แปลงเป็นข่าวสารเกี่ยวกับผู้หญิงมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เลิกรากับ บรูน่า มาร์เกซีน ดาราสาวคนที่ใครๆก็รู้จัก โดยเมื่อท้ายปี 2018 โดยมีภาพหลุดกับผู้หญิงหลายราย แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผยว่าคบกับคนไหนอย่างจริงจัง สำหรับ เนย์มาร์ เพิ่งได้รับการจัดชั้นให้เป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ติดท็อปเทนนักกีฬาที่มีรายได้สูงสุดของโลกรายปี 2020 จากการจัดชั้นของ ฟอร์บส์ (Forbes) นิตยสารทางการเงินมีชื่อเสียงของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในปีให้หลัง ลำแข้งแซมบ้า โกยเงินไปได้มากมายถึง 95.5 ล้านเหรียญ (ประมาณ 2,887 ล้านบาท) จบปีด้วยการเป็นชั้นที่ 4 ด้อยกว่าเพียงแต่ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และก็ ลิโอเนล เมสซี่ แค่นั้น

Uncategorized
อเวย์โกลพาลิ่ว! ปอร์โต้ สุดแสบ บุกเขี่ย ยูเวนตุส หล่นยืดเวลา ศึกแชมเปี้ยนส์ลีก

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุด นัดที่ 2 ยูเวนเหม็นตุส 2-1 ปอร์โต้ (ผลบวกสองนัดเสมอ 3-3 ,ยืดเวลาพิเศษ ยูเวนเหม็นตุส ชนะ ปอร์โต้ 3-2, รวมผลสองนัด เสมอ 4-4 ปอร์โต้ ผ่านเข้ารอบตามกฏประตูกลุ่มเยือน) สนาม : ยูเวนเหม็นตุส สเตเดี้ยม ผู้ตัดสิน : บียอร์น ไคเปอร์ส (ฮอลแลนด์) พลพรรค เบียงวัวเนรี เสียท่า ปอร์โต้ ที่ เอสตาดิโอ โด ดราเกา มาก่อนในเลกแรกด้วยสกอร์ 2-1 จึงทำให้พวกเขาตกอยู่ในเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องเอาชนะผู้แทนจาก ประเทศโปรตุเกส ให้ได้อย่างต่ำด้วยสกอร์ 1-0 หรือมากยิ่งกว่า 2 ประตูขึ้นไป เกมออกสตาร์ทด้วยการได้ประตูอย่างเร็วของ ปอร์โต้ ตั้งแต่นาทีที่ 19 ด้วยลูกจุดโทษของ เซร์คิโอ โอลิเวียรา ก่อนที่ เฟเดริเก๋ คิเอซา จะตามตีเสมอในนาทีที่ 49 ต่อด้วยจุดเปลี่ยนการโดนใบเหลืองที่ 2 ของ เมห์ดี้ ทาเรมี ในนาทีที่ 54 จากการเตะบอลทิ้งเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ตามด้วยประตู 2-1 โดย คิเอซา ราว 10 นาทีต่อมา เกมจบ 90 นาทีด้วยสกอร์ดังกล่าวข้างต้นทำให้จำเป็นต้องยืดเยื้อจนถึงการยืดเวลาพิเศษโดย โอลิเวียรา คนเดิมฆ่าฟรีคิกให้ ปอร์โต้ ตีเสมอเป็น 2-2 นาทีที่ 114 และหากแม้ อาเดรียน ราบิโอต์ จะตามโหม่งให้กลุ่มขึ้นนำเป็น 3-2 (สกอร์รวม 4-4) นาทีที่ 117 แต่ว่าก็สายและจบเกมด้วยสกอร์ดังกล่าวข้างต้นทำให้ ปอร์โต้ ผ่านไปสู่รอบต่อไปตามกฏการยิงประตูกลุ่มเยือน

Uncategorized
ผมขอพูดเอง! “คล็อปป์” เปิดเผยปัญหาที่ทำให้ ลิเวอร์พูล วิกฤติหนักขนาดนี้

เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์เชิงวิเคราะห์ถึงปัญหาที่ผู้ร่วมทีมของตนเองจำต้องพบในตอนหลายเกมที่ผ่านมา หลังเกมที่แพ้ ฟูเฉือนม คาบ้านด้วยสกอร์ 0-1 ว่าเป็นเพราะเหตุว่าแนวรุกจบสกอร์กันไม่คมเอง “สิ่งที่สังเกตเห็นก็คือ ลิเวอร์พูล เป็นข้างเล่นดีมากยิ่งกว่าคู่แข่งในทุกๆเกมที่แพ้คาบ้าน แถมยังมีหลายๆจังหวะที่น่าจะทำเป็นดีกระทั่งวินิจฉัยชัยเลยด้วยซ้ำ” คล็อปป์ กล่าวกับ Sky Sports “ผมพยายามบอกผู้ร่วมทีมตลอดว่าเราจำต้องทำสิ่งเหล่านั้นให้เกิดขึ้นบ่อยๆแล้วเปลี่ยนแปลงมันเป็นประตู แม้กระนั้นในที่สุดปัญหาใหญ่สุดที่เรากำลังเจอหน้าอยู่คือการยิงไม่เข้ากันเองนี่แหละ” “ฟูเฉือนม เองก็เตรียมพร้อมมาดีเกินจริง พวกเขาทำให้เราจำต้องพบกับงานยากสุดๆสวนกลับขึ้นมาแต่ละครั้งมีลุ้นประตูแทบจะตลอด แกร่งทั่วแผ่น แล้วก็น่าจะรอดพ้นจากการตกชั้นได้สบาย” “จุดเปลี่ยนแปลงของเกมนี้ก็คือ นักเตะฟูเฉือนมหิวชัยมากยิ่งกว่าเรา ความมุ่งมั่นตั้งใจที่แสดงออกตลอด 90 นาทีก็เลยแตกต่างอย่างสิ้นเชิง นี่แหละคือข้อรับรองว่าพวกเขาเหมาะสมได้สามแต้มจริงๆ” “โอเค นักเตะลิเวอร์พูลเองก็ต้องการชนะมากมายเหมือนกัน ผมไม่เคยกังขาในหัวข้อนี้เลยแม้แต่น้อย แล้วก็เราจะทำงานหนักเพื่อเปลี่ยนแปลงให้สถานการณ์ดียิ่งขึ้นโดยด่วนที่สุด” ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเยอรมัน กล่าว

Uncategorized
จังหวะนี้แหละ! “คีน” สะกิด “เฮนเดอร์สัน” คว้าช่องทางยึดมือหนึ่งผีแดงให้ได้

รอย คีน อดีตกาลมิดฟิลด์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้ว่านี่คือโอกาสดีที่ ดีน เฮนเดอร์สัน จะได้แสดงฝีมืออย่างเต็มเปี่ยมว่าดีพอสำหรับในการเป็นมือชั้นยอดของกลุ่ม “ผมคิดแบบงั้น (เขาพร้อม) สมาคมรู้สึกชื่นชอบเขา เขาย้ายไปเล่นกับกลุ่มอื่นแบบยืมตัวแล้วเขาก็กลับมา อย่างที่ โอเล กุนนาร์ โซลชา บอกก่อนหน้าที่ผ่านมาว่าเขาจะได้เล่นในบางเกม” “ผมรู้สึกว่าเขามีบุคลิกลักษณะที่สามารถจะลงเล่นในเกมใหญ่ได้ ก่อนหน้าที่ผ่านมาเขามองหมดหวัง ท้อใจ มันดีสำหรับเขากับการที่ ดาบิด เด เคอา เดินทางกลับไปประเทศสเปน” “บางครั้งคุณก็อยากได้โชคบ้างในเส้นทางอาชีพ เขาได้รับช่องทาง เขาจำต้องคว้ามันไว้ให้ได้ เขาจำต้องบอกกับโซลชาในเกมตอน 2-3 สัปดาห์นี้ว่า เขาจะเป็นมือชั้นยอดในอนาคตของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และโชว์ฝีมือออกมา”

Uncategorized
มิลาน บุกตี เวโรนา 2-0 ตามจ่าฝูงอินเตอร์ 3 แต้ม ศึกกัลโชฯ

เอซี มิลาน เก็บ 3 คะแนนต่อความปรารถนาลุ้นแชมป์เซเรีย อา เอาไว้ได้ด้วยการบุกชนะ เวโรน่า 2-0 ทำให้ตามหลัง อินเตอร์ มิลาน 3 ค่ะแน การแข่งขันชิงชัยฟุตบอล กัลโช เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาล 2020-21 ระหว่าง เวโรนา เปิดสนามสตาดิโอ มาร์ค อันโตนิโอ เบนเตโกดี รับการมาเยี่ยมของ “ผีแดงดำ” เอซี มิลาน รองหัวหน้าฝูง เจ้าถิ่นวาง เควิน ลาซานญา เป็นหน้าเป้าล่าตาข่าย ส่วน เอซี มิลาน ขาดตัวหลักไปเยอะเรพาะบาดเจ็บ แนวรุกจัด ราฟาเอล เลเอา เป็นตัวล่าตาข่าย ครึ่งแรก นาทีที่ 27 ไม่ลาน ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษเยื้องด้านซ้าย แล้วก็เป็น ราเด คุณครูนิช ปั่นด้วยขวาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ก่อนที่จะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ ครึ่งหลัง นาทีที่ 50 ไม่ลาน หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ ดิโอโก ดาโลต์ ซัดด้วยขวาจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเข้าไปอย่างเด็ดขาด ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มมิได้ จบเกม เอซี มิลาน บุกมาชนะ เวโรนา 2-0 เก็บเพิ่มเป็น 56 คะแนน รีๆรอๆงหัวหน้าฝูง มีแต้มตามหลัง อินเตอร์ มิลาน อยู่ 3 คะแนน ส่วน เวโรนา มี 38 คะแนนเท่าเดิม อยู่อันดับ 8 ผลคู่อื่น โรมา ชนะ เจนัว

Uncategorized
หลบอยู่นี่เอง! เจอตัวแล้ว “ลำแข้งเด็กผมแดง” ร่วมเฟรม “เมาต์, พูลิสิค” 10 ปีก่อน

เปลี่ยนเป็นภาพไวรัลนานนับปี สำหรับรูปของ เมสัน เมาต์, คริสเตียน พูลิสิค รวมทั้งสหายร่วมกลุ่มอีกคน เมื่อราว 10 ปีที่แล้ว ก่อนที่ปัจจุบันนี้ 2 รายแรกจะได้เป็นเพื่อนร่วมกลุ่มเชลซีชุดใหญ่กันจริงๆ โดยภาพนี้เกิดขึ้นเมื่อมิถานายนปี 2010 เวลาที่ พูลิสิค อายุปิ้ง 12 ปี ได้มีโอกาสเข้าแคมป์ฝึกหัดความชำนาญลูกหนังกับอะคาเดมีของสิงห์บลูส์ในตอนพักร้อนกับครอบครัว ซึ่งสหายร่วมรุ่นเวลานี้ก็คือ เมาต์ สตาร์ของกลุ่มเชลซีปัจจุบันนี้นั่นเอง ต่อไปก็อย่างที่แฟนบอลรู้กัน ทางของตัวรุกกลุ่มชาติประเทศสหรัฐอเมริกาได้เซ็นสัญญาอาชีพกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กลุ่มดังของเยอรมนี ก่อนในปี 2019 เจ้าตัวจะได้ย้ายมาร่วมทีมเชลซี ผนึกกำลังกับ เมาต์ ที่อยู่กับกลุ่มมาตั้งแต่ 6 ขวบ รวมทั้งสบโอกาสขึ้นชุดใหญ่ของกลุ่มในขณะนั้นพอดิบพอดี ส่วนเจ้าหนูผมแดงที่ตัวสูงกว่าผู้ใดกันนั้น ภายหลังที่แฟนบอลรวมทั้งสื่ออังกฤษได้มานะตามหาว่าปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร? ก็ปรากฏว่าได้คำตอบเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยชื่อของเขาก็คือ ทอม คาร์ลตัน ที่ปัจจุบันนี้ยังคงไล่หลังความฝันในอาชีพนักเตะ ด้วยการเล่นให้กับ เฮิร์น เบย์ สมาคมระดับดิวิชั่น 8 ของดินแดนผู้ดี คาร์ลตัน เข้าอะคาเดมีสิงห์บลูส์ตั้งแต่ 6 ขวบ ใช้เวลาฝึกปรือฝีเท้าอยู่ 8 ปีเต็ม ข้างเคียงสหายร่วมรุ่นอย่าง เมาต์ รวมทั้ง ดีแคลุกลี้ลุกลน ไรซ์ ก่อนที่จะโดนปล่อยตัวปล่อยใจออกมาจากกลุ่มเมื่ออายุ 14 ปี พร้อมไรซ์นั่นเอง เจ้าหนูคาร์ลตันระเหเร่ร่อนไปอยู่อะคาเดมีของขุนค้อนพร้อมไรซ์ แต่ว่าก็ชีพจรลงเท้าอีกทีเมื่อโดนปล่อยตัวปล่อยใจตอนอายุ 16 โอกาสนี้ไปอยู่กับโคลเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมทั้งมาจบที่กลุ่มลีกข้างล่างอย่าง เฮิร์น เบย์ เมื่อตอนซัมเมอร์ 2017 ด้านไรซ์ปรับปรุงฝีเท้าแบบก้าวกระโดดกระทั่งกลายมาเป็นตัวหลักของกลุ่มขุนค้อนได้สำเร็จ “พวกเราเล่นกองกลางเหมือนกัน ฝึกซ้อมด้วยกันสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เราซี้ปึ้กกันเลยเวลานี้ ลงแข่งด้วยกันหลายทัวร์นาเมนต์ ทั้งยังผม, เมสัน รวมทั้ง ดีแคลุกลี้ลุกลน รวมทั้งคนอื่นที่สนิทในก๊วนอีก 2-3 คน” “บางบุคคลยังไม่เชื่อผมเลย แต่ว่าผมนี่แหละที่อยู่ในรูปนั้นกับ เมสัน เมาต์ รวมทั้ง คริสเตียน พูลิสิค.. เด็กคนนั้นน่ะผมเอง” “ในตอนที่โดนปล่อยตัวปล่อยใจสมัยเยาวชน มันยากมากที่จะรับได้นะ คุณไม่พร้อมรับฟังเหตุผลอะไรทั้งหมดหรอกในช่วงอายุแค่นั้น” คาร์ลตัน รำลึกความหลัง

Uncategorized
เดือดไม่แพ้วัยรุ่น! “เจอร์ราร์ด” กุนซือเรนเจอร์สโดนไล่ออกข้างหลังจวกผู้ตัดสินเป่าลำเอียง

สตีเว่น เจอร์ราร์ด ผู้จัดการทีมของ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ทีมดังในศึกสกอตว่ากล่าวช พรีเมียร์ลีก โดนไล่ออกจากการคุมทีมข้างสนามในเกมที่ต้นสังกัดบุกเฉือนเอาชนะ ลิฟวิงสตัน 1-0 เมื่อวันพุธที่ 3 มี.ค.ก่อนหน้าที่ผ่านมา โดย อดีตจอมบุกทีมชาติอังกฤษ มีปัญหากับ จอห์น บีตัน ผู้ตัดสินในช่วงพักครึ่งเวลาแรก ด้วยเหตุว่าไม่ชอบใจที่ผู้ตัดสินที่เป่าน่าสงสัยหลายจังหวะ แถมยังไม่ยอมเป่าจุดโทษให้กับทีมในจังหวะที่ อัลเฟรโด้ โมเรลอส ศูนย์หน้าตัวเก่งของทีมถูก แม็กซ์ สไตรเยค นายด่านเจ้าถิ่นออการวบล้มลงไป ซึ่งถือเป็นจังหวะที่แจ่มแจ้งเอามากๆว่า แผงหน้าชาวโคลอมเบีย ถูกมือของผู้เฝ้าประตูลิฟวิงสตัน ปัดขาจริง แม้กระนั้นกรรมการกลับแจกใบเหลืองให้กับเจ้าตัวฐานพุ่งล้ม ทำให้หมดครึ่งแรก กุนซือวัย 40 ปี จึงเดินเข้าไปขอเหตุผล “คุณไม่คุยกับผมหน่อยเหรอ?” เจอร์ราร์ด ประเดิมสนทนา แล้วต่อจากนั้น บีตัน ตอบกลับมาว่า “ผมไม่มีอะไรต้องคุยกับคุณ” ทำให้ กุนซือวัย 40 ปี สวนกลับไปอย่างแรงว่า “ผมรู้ดีว่าเพราะอะไรคุณถึงไม่ยอมคุยกับผม เพราะจังหวะนั้นมันเป็นความผิดพลาดที่ห่วยแตกมากมายๆคุณมันปราศจากความเป็นกลางเลย” ซึ่งหลังสิ้นประโยค จอห์น บีตัน ก็ควักใบเหลืองให้กับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ก่อนที่ในเวลาถัดมาจะเดินมาแจกใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ไม่ให้ อดีตจอมบุกลิเวอร์พูล ยืนคุมทีมข้างสนามในตอนช่วงหลัง จากใบแดงในเกมนี้ทำให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด บางทีอาจโดนลงโทษเพิ่มในเกมถัดไป และก็โน่นอาจทำให้เจ้าตัวพลาดคุมทีมข้างสนามในเกมที่ “เดอะ ไลท์บลูส์” กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ผงาดได้แชมป์ลีกในรอบ 10 ปี ด้วย หลังมีแต้มทิ้งห่างอันดับสองออกไปเป็น 18 คะแนน และก็เหลือโปรแกรมแค่ 7 นัดหมายเท่านั้น